วิธีลดน้ำหนักที่ฮอตฮิตสุดๆ มาให้คุณได้เลือกใช้กัน เพื่อที่จะได้กลับมามีหุ่นสวยเพรียวแบบสุขภาพดี เริ่มกันที่วิธีแรก

1. “คีโตเจนิค” กินไขมันเพื่อลดไขมัน

วิธีการลดน้ำหนักแบบโลว์คาร์บ สามารถรับประทานไขมันได้ เพียงแค่ตัดแป้งและน้ำตาลออกไป ซึ่งการลดน้ำหนักแบบคีโตเจนิคนี้ มีลักษณะคล้ายกับการลดน้ำหนักแบบโลว์คาร์บ หรือลดคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลให้น้อยลง แต่แตกต่างกันที่คีโตเจนิคจะเน้นไปที่การบริโภคไขมันดี และโปรตีนเป็นหลัก

เพราะการรับประทานไขมันควบคู่กับโปรตีนเป็นหลัก จะทำให้ระบบเผาผลาญของร่างกายเกิดอาการ “ตกใจ” ที่อยู่ๆ ไม่มีคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลมาให้เผาผลาญแบบปกติ ร่างกายจึงจำเป็นต้องหาแหล่งพลังงานจากที่อื่น สุดท้ายจึงต้องดึงเอาไขมันที่เก็บสะสมไว้ออกมาเผาผลาญแทนน้ำตาล

2. ลดน้ำหนักแบบ 2:1:1

การลดน้ำหนักแบบ 2:1:1 หรือการเลือกรับประทานอาหารในแต่ละมื้อให้เกิดความสมดุลพอดี เพื่อที่ท่านจะได้มีสุขภาพที่แข็งแรงอย่างยั่งยืน ส่วนวิธีการวิธีรับประทานอาหาร ที่เราต้องแบ่งของในจานออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ ผัก 2 ส่วน, โปรตีนจากเนื้อสัตว์ 1 ส่วน และคาร์โบไฮเดรต 1 ส่วน ดังนั้นในอาหารจานนี้คุณก็จะได้รับสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่

ยกตัวอย่าง การกินข้าว-น้ำพริกปลาทู ให้เราตักข้าวมาในปริมาณ 1/4 ของจาน, ปลา+ไข่ต้มให้มีปริมาณ 1/4 ของจาน, แล้วอีกครึ่งจานที่เหลือคือปริมาณของผักสด+ผักต้มที่เราชอบ

เริ่มต้นลดน้ำหนักในแบบ 2:1:1 อย่างถูกต้องได้ที่: รู้จัก 2:1:1 “วิธีลดน้ำหนัก” รับรองสุขภาพดี

3. ดูหนังสยองขวัญก็ลดน้ำหนักได้?

เชื่อหรือไม่ว่าการ ‘ดูหนังสยองขวัญ’ กลายเป็นเทรนด์ลดน้ำหนักรูปแบบใหม่ไปเสียแล้ว มีผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Westminister กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ระบุว่าการดูหนังสยองขวัญ เป็นเวลานาน 90 นาที ช่วยเผาผลาญแคลอรีของเราเฉลี่ยประมาณ 113 แคลอรีต่อหนัง 1 เรื่อง เทียบเท่ากับการเดินเป็นเวลา 30 นาที

เนื่องจากเวลาคนเราดูหนังสยองขวัญจะทำให้เกิดความรู้สึก ตื่นเต้น หวาดกลัว และความรู้สึกนี้เองที่ทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรีได้มากขึ้น “เมื่อหัวใจทำงานเร็วขึ้น และปั๊มเลือดไปทั่วร่างกายเร็วขึ้น ร่างกายก็จะหลั่งอะดรีนาลีนอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เองที่เราจะรู้สึกตื่นเต้นและหวาดกลัวในขณะที่ดูหนังสยองขวัญ ร่างกายก่อเกิดความเครียดรุนแรงในระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งอาการทั้งหมดนี้ จะส่งผลให้ลดความอยากอาหาร และกระตุ้นการเผาผลาญแคลอรีได้สูงขึ้น” ดร.ริชาร์ด แม็คเคนซี่ นักวิทยากรอาวุโสและผู้เชี่ยวชาญด้านการเผาผลาญและสรีรวิทยา กล่าว